เลขที่ 9 ซอยพระราม 6 ซอย 30
ถนนพระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร 10400
“ศุภมาส” ลุยอุดรฯ ดัน “ผ้าทอย้อมบัวแดงบ้านโนนกอก” สู่แฟชั่นโลก ปั้นศูนย์เรียนรู้ฯ เป็นหมุดหมายท่องเที่ยวสร้างสรรค์
“ศุภมาส” ลุยอุดรฯ ดัน “ผ้าทอย้อมบัวแดงบ้านโนนกอก” สู่แฟชั่นโลก ปั้นศูนย์เรียนรู้ฯ เป็นหมุดหมายท่องเที่ยวสร้างสรรค์
วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2569) เวลา 13.00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญากลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เพื่อส่งเสริมผ้าทอพื้นถิ่นสู่ตลาดสากล และต่อยอดการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยมีนายอภิชาติ พลบัวไข ผู้ใหญ่บ้านโนนกอกและประธานศูนย์การเรียนรู้ฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์และสมาชิกกลุ่มทอผ้าร่วมต้อนรับ
นางสาวศุภมาส เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้ประชาชน โดยนำจุดแข็งของแต่ละพื้นที่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาด ชุมชนบ้านโนนกอกเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาการทอผ้าโบราณมาต่อยอดด้วยสีย้อมธรรมชาติจากสายบัวและกลีบดอกบัวแดง เกิดเป็นผ้าทอที่มีเอกลักษณ์ สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG และมีศักยภาพต่อยอดสู่ตลาดแฟชั่นยั่งยืน หรือ Sustainable Fashion ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
จุดเด่นของบ้านโนนกอก คือการสืบสานผ้าขิดและการทอผ้าด้วยกี่ไม้ตามวิถีดั้งเดิม ควบคู่กับการพัฒนาสีธรรมชาติและลวดลายร่วมสมัย โดยศูนย์ฯ รายงานว่า ปัจจุบันมีเครือข่ายช่างทอพื้นบ้านกว่า 300 คน สร้างรายได้จากการจำหน่ายผ้าทอและสินค้าแปรรูปหมุนเวียนสู่ชุมชนปีละ 10 ถึง 15 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถพัฒนาเป็นอาชีพและสร้างรายได้แก่คนในชุมชน ทั้งผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชน
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท. สนับสนุนการเผยแพร่เรื่องราวของผ้าทอบ้านโนนกอก ตั้งแต่ที่มาของสีบัวแดง ความประณีตของกระบวนการทอ ไปจนถึงการนำผ้าไทยไปใช้ในแฟชั่นร่วมสมัย เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ขยายการรับรู้ในวงกว้าง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ผลิตเข้าถึงตลาดใหม่ พร้อมผลักดันอัตลักษณ์ผ้าทอไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล
ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมศูนย์การเรียนรู้ฯ ให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เชื่อมโยงภูมิปัญญาการทอผ้ากับนวัตกรรมสีธรรมชาติ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เรียนรู้การย้อมสี ชมการทอผ้า และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชนโดยตรง เพื่อกระจายรายได้สู่ช่างทอ รวมถึงผู้ประกอบการอาหาร ที่พัก และสินค้าท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ส่งเสริมมาตรฐานผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการจัดทำฉลากที่ให้ข้อมูลชัดเจน ทั้งประเภทสินค้า ชื่อผู้ผลิต และสถานที่ตั้งของผู้ผลิต เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ตรวจสอบที่มาได้ และเลือกซื้ออย่างมั่นใจ เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้ผ้าทอชุมชนและสนับสนุนการขยายตลาดในระยะยาว
“ผ้าทอหนึ่งผืนมีทั้งฝีมือ ความรู้ และความตั้งใจของคนในชุมชน รัฐบาลพร้อมช่วยให้คุณค่าเหล่านี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ดิฉันจึงมอบหมายให้สื่อในกำกับช่วยประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ช่างทอขายสินค้าได้มากขึ้น ให้คนอยากเดินทางมาเรียนรู้และอุดหนุนถึงชุมชน และให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาสามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับตนเองได้” นางสาวศุภมาส กล่าว