ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างไร? ให้ครอบครัวปลอดภัยห่างไกลโควิด-19

ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างไร? ให้ครอบครัวปลอดภัยห่างไกลโควิด-19

 

โควิด-19 ระลอก 3 มาพร้อมกับมาตรการที่ฟังแล้วคุ้นหู อ่านแล้วคุ้นตา อย่าง DMHTT ซึ่งมาจากตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษที่เป็นแนวทางปฏิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยมีความหมายดังนี้
D = Distancing คือ การเว้นระยะห่างกับผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผ่านละอองฝอยจากการพูด ไอ และจาม
M = Mask Wearing คือ สวมใส่หน้ากากทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า 
H = Hand Washing คือ หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ทั้งล้างสบู่และเจลแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการสัมผัสโดนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่เสี่ยงต่อการส่งต่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
T = Testing คือ หมั่นวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนเข้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงตรวจสอบว่าสถานที่ที่เดินทางไปเป็นพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ หากใช่ควรเข้ารับการตรวจโควิด-19 โดยเร่งด่วน
T = Thai Chana คือ รับผิดชอบต่อสังคมด้วยการสแกนแอปไทยชนะทุกครั้งที่ไปสถานที่ต่าง ๆ เพื่อลงทะเบียนไว้เป็นฐานข้อมูล ซึ่งหากพบว่ามีผู้ติดเชื้อเดินทางไปยังสถานที่ที่คุณได้ไปมา ไทยชนะจะส่งข้อความมาแจ้ง เพื่อให้คุณกักตัว หรือรับการตรวจโควิด-19 ได้ทันท่วงที
และเมื่อคุณหรือสมาชิกในครอบครัว พบว่ามีสมาชิกบางคนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโควิด-19 หรือติดเชื้อแล้วแต่ได้รับการรักษาจนหาย และกำลังจะเดินทางกลับมากักตัวต่อที่บ้านพัก จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนในครอบครัวต้องทำความเข้าใจ และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตัวขณะอยู่ร่วมบ้านเดียวกันอย่างเคร่งครัด โดยวันนี้มีคำแนะนำในการใช้ชีวิตร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวปลอดภัยและห่างไกลจากโควิด-19 ได้อย่างไม่ต้องกังวล
1. ตั้งข้อตกลงการใช้ชีวิตร่วมกันให้ชัดเจน และแจ้งให้สมาชิกทุกคนในบ้านทราบ พร้อมทำความเข้าใจให้ตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 2 เมตร หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด ไม่จับมือ กอด หอมกันเหมือนเคย รวมถึงหมั่นล้างมือบ่อย ๆ อย่างน้อย 20 วินาทีในการล้างแต่ละครั้ง และสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน แยกใช้อุปกรณ์ทุกชนิดเป็นของแต่ละคนอย่างเคร่งครัด เมื่อมีผู้ทำผิดกฎกติกาของบ้านต้องรีบแจ้งสมาชิกท่านอื่นให้ทราบทันที เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาต่อไป
2. กายห่างแต่ใจไม่ห่างกัน ในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ นอกจากทุกคนในบ้านต้องร่วมมือป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวให้พ้นจากโควิด-19 แล้ว ต้องไม่ละเลยที่จะส่งต่อความห่วงใยซึ่งกันและกัน ฟื้นฟูสภาพจิตใจ พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ถึงแม้ตัวจะเว้นระยะห่าง แต่ใจควรต้องกอดรัดกันให้แน่นขึ้น เพื่อจับมือร่วมกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ให้ได้
3. จัดโซนใหม่ภายในบ้าน แยกห้องหรือแบ่งโซนอย่างชัดเจนระหว่างสมาชิกที่อยู่ระหว่างกักตัวกับสมาชิกที่ปกติ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องทานข้าว รวมถึงผู้เสี่ยงต้องไม่มาใช้พื้นที่ส่วนรวมร่วมกับสมาชิกคนอื่น และไม่ใช่แค่เพียงพื้นที่เท่านั้น สิ่งของเครื่องใช้ทุกประเภทควรแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง 
4. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับคนชราและสมาชิกที่มีโรคประจำตัว สมาชิกทั้ง 2 กลุ่มนี้ เป็นผู้ที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงมากนัก หากได้รับเชื้อโควิด-19 เข้าไปย่อมมีความเสี่ยงที่อาการจะรุนแรงมากกว่าคนอื่น ฉะนั้นผู้ที่กำลังกักตัวควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือคลุกคลีกับคนชราและผู้ที่มีโรคประจำตัวโดดเด็ดขาด
5. เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเทมากกว่าปกติ ประตูหน้าต่างที่เคยปิดสนิทแบบปิดตาย ถึงคราวจำเป็นต้องเปิดออกเพื่อให้ภายในบ้านมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมกันในห้องที่ปิดสนิท ไม่มีอากาศหมุนเวียนถ่ายเท หรือห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศ 
    6. ใช้ห้องน้ำแยกหรือใช้เป็นคนสุดท้าย หากที่บ้านมีห้องน้ำหลายห้อง ผู้กักตัวควรใช้ห้องน้ำแยกจากสมาชิกคนอื่นภายในบ้าน เว้นเสียแต่ห้องน้ำที่บ้านมีห้องเดียว ถ้าในกรณีนี้ควรใช้เป็นคนสุดท้ายและทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้ทันที กรณีห้องส้วมก่อนกดชักโครกควรปิดฝาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และต้องไม่ลืมทำความสะอาดฝาชักโครกด้วยแอลกอฮอล์ก่อนออกจากห้องส้วมทุกครั้ง
    7. แยกขยะเพื่อความปลอดภัย เมื่อทุกพื้นที่ภายในบ้านเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง ขยะมักเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนละเลย ดังนั้นจึงต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจน ว่าถังไหนสำหรับทิ้งขยะทั่วไป และถังไหนสำหรับขยะติดเชื้อ และควรนำออกไปทิ้งจากบ้านเป็นประจำทุกวัน ไม่ควรปล่อยให้นานข้ามคืน ที่สำคัญต้องทำความสะอาดถังขยะทั้ง 2 ประเภทด้วยน้ำยาฟอกขาวเพื่อฆ่าเชื้อให้หมดไป ซึ่งก่อนนำไปทิ้งเพื่อรอรถขยะมาเก็บควรทิ้งใส่ในถุงสะอาดอย่างน้อย 2 ชั้น พร้อมมัดปากถุงให้แน่น เพื่อไม่ให้เชื้อโรครวมถึงเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่อาจหลงเหลือมีแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้
    7 ข้อง่าย ๆ ที่ใช้เพียงวินัยและความเข้าใจ ก็สามารถใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านหลังเดียวกันได้เหมือนเดิม ทำให้ผ่านวิกฤตโควิด-19 ระลอกนี้หรืออีกกี่ระลอกก็ตาม ไปได้อย่างปลอดภัย โควิด-19 จะไม่แพร่ระบาดถ้าทุกคนรู้จักที่จะดูแลตัวเองอย่างถูกต้องและรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ร่วมกันรักษามาตรการจนกว่าโควิด-19 จะหมดไป และเราจะได้โลกใบเดิมที่สวยงามกลับคืนมาอีกครั้งในเร็ววัน

อ้างอิง :
กรมสุขภาพจิต : https://bit.ly/2QY3Myq
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) : https://bit.ly/3wElpme
 


image รูปภาพ
image


คะแนนโหวต :