จัดชุดสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน 23 รายการ จำหน่ายให้ประชาชนราคาประหยัด ผ่านร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนลงลึกระดับตำบลทั่วประเทศ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลง บรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ บริษัท สยามแม็คโครจำกัด  (มหาชน) และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) จัดกิจกรรม “ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้ชุมชน” จัดชุดสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน  จำนวน  23 รายการ มูลค่ากว่า 3,500 บาท เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ฯลฯ จำหน่ายถึงมือประชาชนในราคาพิเศษ ผ่านเครือข่ายร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน 3,500 แห่งทั่วประเทศ  เพื่อให้ร้านค้านำสินค้าราคาประหยัดไปจำหน่ายแก่ประชาชนในชุมชน 

ร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน ทั้ง 3,500 แห่ง จะได้รับหนังสือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้ไปรับชุดสินค้า ณ ห้างแม็คโคร ภายในจังหวัดที่ร้านค้าตั้งอยู่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายค่าชุดสินค้า  กำหนดรับชุดสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2564 นี้ หลังจากนั้น กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรจะทำการประเมินจุดเด่น จุดด้อย ปัญหาและอุปสรรคที่ได้รับจากกิจกรรม  ก่อนนำมาปรับปรุงและพัฒนาเพื่อกำหนดแนวนโยบายในการช่วยเหลือประชาชนและร้านค้าโชวห่วยต่อไป ทั้งนี้กิจกรรม “ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้ชุมชน” จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  โดยมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและร้านค้าโชวห่วยมากที่สุด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด ช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งในระยะยาว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการร้านค้าโชวห่วยเป็นหน่วยเศรษฐกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศและเป็นที่พึ่งของประชาชนทั้งช่วงระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และช่วงระยะการฟื้นฟู โดยเป็นทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น สำหรับประชาชนที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเดินทางและไม่ประสงค์ที่จะจับจ่ายใช้สอยในสถานที่แออัดหรืออากาศไม่ถ่ายเท เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของโรคระบาด ขณะเดียวกัน ร้านค้าโชวห่วยยังเป็นช่องทางสำคัญของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ  เช่น เราชนะ คนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ม.33 เรารักกัน รวมถึงเป็นแหล่งจ้างงานในชุมชนและช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญในระดับท้องถิ่น ซึ่งในปี 2563 ร้านค้าโชวห่วยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันกว่า 1.03 ล้านล้านบาท และมีปัจจัยสนับสนุนต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาซื้อสินค้าใกล้บ้านแทนการไปซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกสมัยใหม่มากขึ้น 

ที่มา  https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503150900679



คะแนนโหวต :