กระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนผู้ผลิตเหล็ก แก้ปัญหาราคาเหล็กเพิ่มสูงขึ้น

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลแก้ไขปัญหาลดผลกระทบจากราคาเหล็กที่มีการปรับตัวสูงขึ้น ว่า กรมฯ และกรมการค้าต่างประเทศ ได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ 3 ราย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กในประเทศระยะยาว โดยที่ประชุมมีมติร่วมกัน ได้แก่ การจัดให้มีการเจรจาธุรกิจระหว่าง สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ เป็นตัวแทนผู้ใช้ กับกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  เป็นตัวแทนฝั่งผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็ก ซึ่งจะได้ประสานเชื่อมโยงการซื้อขายโดยตรง  เพื่อลดการผ่านคนกลาง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนลดลง พิจารณาทบทวนค่าตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน (ค่า K) ของงานโครงการภาครัฐ โดยจะได้จัดให้มีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ ทั้งในด้านการสืบราคาจำหน่ายและการกำหนดค่า K ให้สะท้อนกับราคาในตลาดยิ่งขึ้น และขอความร่วมมือผู้ผลิตเหล็กตรึงราคาจำหน่ายและต้องจำหน่ายในราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ต้นทุนการนำเข้าและราคาจำหน่ายปลีกอย่างใกล้ชิด 

สำหรับสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายเหล็กในประเทศ พบว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเหล็กมีการผลิตเพียงร้อยละ 30-40 ของกำลังการผลิตที่สามารถผลิตได้จึงมั่นใจว่าในด้านปริมาณประเทศไทยจะมีปริมาณเหล็กใช้ได้อย่างเพียงพอ  ส่วนราคาเหล็กในตลาดโลกมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคานำเข้าเหล็กในตลาดเอเชียเดือนเมษายน 2564 เทียบกับเมษายน 2563  ราคานำเข้าเหล็กแท่งยาว ปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 75 และราคาประเภทอื่นมีการปรับสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน  ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นมาจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่เหล็กแหล่งใหญ่ของโลก อย่างบราซิลและออสเตรเลีย ไม่สามารถขุดสินแร่เหล็กได้ตามแผนที่ตั้งเป้าหมายไว้

นอกจากนี้ มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัด ติดตามดูแลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กของร้านค้าปลีกให้มีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายและเข้มงวดไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควรจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ 

ที่มา  https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506122809701



คะแนนโหวต :