ธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งผลักดัน 3 มาตรการ ลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท สร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน

ธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งผลักดัน 3 มาตรการ ลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท สร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน

 

นางวชิรา อารมณ์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาปัจจัยภายนอกทั้งผลของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจโลกมากขึ้น จึงกลับมาลงทุนในสินทรัพย์ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่รวมทั้งไทย ส่งผลให้เงินบาทปรับแข็งค่าเร็วขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง ทั้งนี้เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้กับตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทยและช่วยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีความสมดุลมากขึ้น 

ธปท. จึงเร่งดำเนิน 3 มาตรการ ประกอบด้วย การเปิดให้คนไทยฝากเงินตราต่างประเทศได้เสรีและโอนเงินระหว่างบัญชี FCD ของคนไทยได้อย่างเสรี ซึ่งจะช่วยให้ผู้ส่งออกบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศและบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้คล่องตัวมากขึ้น การปรับกฎเกณฑ์และกระบวนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยเพิ่มวงเงินลงทุนให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนได้ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี จากเดิม 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ไม่จำกัดวงเงินลงทุนและเปิดให้มีการนำหลักทรัพย์ต่างประเทศมาซื้อขายในไทยได้ไม่จำกัดวงเงิน และการลงทะเบียนแสดงตัวตนเพื่อซื้อขายตราสารหนี้ ซึ่งจะช่วยให้ ธปท. ระบุตัวตนและติดตามพฤติกรรมของนักลงทุนได้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งช่วยให้ดำเนินนโยบายต่างๆ ได้อย่างตรงจุด

ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวด้วยว่า มาตรการดังกล่าว เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ (FX ecosystem) ที่กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ ธปท. ผลักดันร่วมกันแบบองค์รวม เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทย โดยสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที

 



คะแนนโหวต :